ควรพิจารณาจากปัจจัยสำคัญหลายอย่าง เพื่อให้ตอบโจทย์ของธุรกิจและยังช่วยลดต้นทุนในระยะยาวของกิจการด้วยเพราะงั้นการเลือกใช้หรือตัดสินใจซื้อตะแกรงเหล็กพับได้ควรให้ความสำคัญดังนี้
1. ขนาดและความจุของตะแกรงเหล็กพับได้
ขนาดมาตรฐานของตะแกรงเหล็กพับได้มีหลายขนาดให้เลือก เช่น 800x600mm. หรือ 1,000x800mm. ควรเลือกขนาดที่เหมาะสมกับสินค้าที่คุณต้องการจัดเก็บและขนส่ง รวมไปถึงขนาดใหญ่ 1,200×1,000mm.ที่นิยมเลือกใช้งานมากสุดในคลังสินค้า
ความสามารถในการรับน้ำหนักของตะแกรงก็เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด ควรประเมินน้ำหนักของสินค้าที่จะใส่ในตะแกรงแต่ละใบอย่างรอบคอบ ตะแกรงคุณภาพดีสามารถรองรับน้ำหนักได้ตั้งแต่ 500 ไปจนถึง 1,500 กิโลกรัม หากสินค้าน้ำหนักมาก ควรเลือกตะแกรงที่มีขนาดลวดหนา เพื่อความแข็งแรงและปลอดภัย และ การยกซ้อนด้วย
2. วัสดุและการเคลือบผิวตะแกรงเหล็ก
เหล็กชุบซิงค์หรือกัลป์วาไนซ์ เพื่อป้องกันสนิมและการกัดกร่อน ควรเลือกตะแกรงที่ทำจากเหล็กที่ผ่านการชุบซิงค์ หรือ กัลวาไนซ์แบบจุ่มร้อน มีความทนทานต่อการกัดกร่อนสูงมาก สามารถใช้งานกลางแจ้งได้ดีเยี่ยม ทนทานต่อสภาพอากาศได้ยาวนานหลายสิบปี เรียบเนียนและเงางาม
3. โครงสร้างและฟังก์ชันเสริม
3.1ความหนาของเส้นลวด ยิ่งเส้นลวดหนามากเท่าไหร่ ก็ยิ่งรับน้ำหนักได้มากขึ้นเท่านั้น ควรตรวจสอบสเปคจากผู้ผลิตให้แน่ใจ
- เส้นลวดขนาด 2.5 – 3mm. เป็นขนาดมาตรฐานที่นิยมใช้สำหรับตะแกรงเหล็กพับได้สำหรับงานทั่วไป เช่น การจัดเก็บสินค้าขนาดกลางถึงหนักในคลังสินค้าหรือร้านค้าปลีก ตะแกรงขนาดนี้มีความแข็งแรงเพียงพอที่จะรับน้ำหนักได้หลายร้อยกิโลกรัมต่อใบ
- เส้นลวดขนาด 3 – 5mm. เหมาะสำหรับงานที่ต้องรับน้ำหนักมาก เช่น พื้นโรงงาน, ถนนทั่วไป, หรือโกดังสินค้าที่รองรับรถบรรทุก
- เส้นลวดขนาด 6 – 9mm. ใช้ในงานโครงสร้างที่ต้องการความแข็งแรงสูงเป็นพิเศษ เช่น ถนนที่มีรถบรรทุกหนักขับผ่านเป็นประจำ, ทางด่วน, สนามบิน, หรือโครงสร้างสะพาน
3.2 ขนาดช่องตาข่าย ควรเลือกขนาดช่องตะแกรงให้เหมาะสมกับขนาดของสินค้า หากสินค้ามีขนาดเล็ก อาจต้องเลือกช่องตาข่ายที่ถี่ขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าหลุดรอดออกมาได้
- ช่องตาข่ายแบบถี่ (50*50mm)
ข้อดี : ป้องกันของตกหล่นได้ดี, มีความแข็งแรงสูงกว่าเมื่อใช้ลวดขนาดเท่ากัน
ข้อเสีย : มีน้ำหนักมากกว่า, ราคาอาจสูงกว่า - ช่องตาข่ายแบบปกติ (50*100mm)
ข้อดี : เป็นขนาดที่สมดุลระหว่างความแข็งแรงและการระบายอากาศ
ข้อเสีย : อาจไม่เหมาะกับสินค้าที่มีขนาดเล็กมาก ๆ
3.3 ฝาเปิดด้านหน้า รุ่นที่มีฝาเปิด-ปิดได้ครึ่งบานที่ด้านหน้า จะช่วยให้การหยิบสินค้าเข้า-ออกทำได้สะดวก แม้จะวางตะแกรงซ้อนกันหลายชั้น ฝาเปิดด้านหน้าของตะแกรงเหล็กพับได้ เป็นคุณสมบัติเสริมที่เพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงสินค้าที่อยู่ด้านใน ช่วยให้หยิบของได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องรื้อตะแกรงที่วางซ้อนกันอยู่ และยังคงความปลอดภัยของสินค้าได้เป็นอย่างดี
3.4 ล้อเลื่อน หากต้องการความสะดวกในการเคลื่อนย้ายสินค้าภายในพื้นที่คลังสินค้า ควรเลือกรุ่นที่มีล้อ แต่ถ้าเน้นการจัดเก็บและใช้รถโฟล์คลิฟท์ในการเคลื่อนย้ายเป็นหลัก แบบไม่มีล้อจะเหมาะสมกว่า และ โดยรุ่นที่มีล้อแบบมาตรฐาน จะเป็นล้อ Nylon ขนาดล้อ 5 นิ้ว แบบแป้นเบรค 2 ล้อ และ แบบแป้นตาย 2 ล้อ ที่นิยมใช้งาน
4. การพับและวางซ้อน
การพับเก็บ ควรทดลองหรือสอบถามวิธีการพับเก็บให้แน่ใจว่าทำได้ง่าย ไม่ต้องใช้แรงมาก เพื่อความสะดวกในการใช้งานจริง
ความสามารถในการวางซ้อนตะแกรงที่ดีควรมีโครงสร้างที่แข็งแรงและมั่นคงเมื่อวางซ้อนกันได้หลายชั้น (โดยทั่วไปสามารถซ้อนได้ 2-4 ชั้น) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่ในคลังสินค้าในแนวตั้ง
ข้อควรระวัง ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าตะแกรงทุกใบอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่มีส่วนใดบิดงอหรือเสียหาย เพราะอาจส่งผลต่อความมั่นคงในการวางซ้อนได้
วิธีการดูแลรักษาตะแกรงเหล็กพับได้
- 1.เคลือบผิวเหล็ก การทาสีเหล็ก หรือการนำเหล้กไปชุบดีบุก สังกะสี จะช่วยเป็นชั้นป้องกันน้ำและความชื้นไม่ให้เข้าถึงเนื้อเหล็ก ไม่ทำให้เกิดปฏิกิริยาที่จะทำให้เกิดสนิม
- 2.ผสมแร่ธาตุในเหล็ก การผสมธาตุบางอย่าง เช่น โครเมียม นิกเกิล คาร์บอน จะช่วยเคลือบผิวเหล็กและลดการทำปฏิกิริยาระหว่างธาตุเหล็กและความชื้นซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสนิม ทำให้เหล็กมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน
- 3.กระตุ้นไฟฟ้า การใช้กระแสไฟฟ้ากระตุ้นจะช่วยลดการสูญเสียอิเล็กตรอนและเสื่อมสภาพด้วยความชื้นในอากาศ วิธีนี้เหมาะสำหรับเหล็กขนาดใหญ่ ที่ต้องมีการใช้งานติดต่อกันยาวนานหลายปี จะช่วยบำรุงรักษาสภาพเหล็กให้ใช้งานได้ยาวนาน