ISO 3864 คือมาตรฐานสากลที่กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับ สีและเครื่องหมายความปลอดภัย (Safety colors and safety signs) ในสถานที่ทำงานและพื้นที่สาธารณะ โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อลดอุบัติเหตุ ป้องกันอัคคีภัย และช่วยให้พนักงานตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว โดยอธิบายให้เข้าใจได้ดังนี้
1. ความหมายของสีความปลอดภัย (Safety Colors)
▶ สีแดงสีขาวหยุด หมายถึง ห้ามปุ่มหยุดฉุกเฉิน , เครื่องหมายห้ามสูบบุหรี่
● ตัวอย่างการใช้งาน
– เครื่องหมายห้ามสูบบุหรี่ (No Smoking) เป็นรูปมวนบุหรี่สีดำ อยู่ในวงกลมสีแดงและมีแถบคาดแดง มักติดตั้งในพื้นที่ที่มีวัตถุไวไฟหรือสารเคมี
● ข้อแนะนำเพิ่มเติมในการติดตั้ง
– ตำแหน่ง ควรติดตั้งในระดับสายตา (ประมาณ 1.5 – 1.8 เมตรจากพื้น)
– ความสว่าง ต้องมีแสงสว่างส่องถึง หรือใช้สติ๊กเกอร์สะท้อนแสง เพื่อให้มองเห็นได้แม้ในยามค่ำคืนหรือไฟดับ
– ความสะอาด ห้ามมีสิ่งของมาวางบังป้ายเด็ดขาด โดยเฉพาะปุ่มหยุดฉุกเฉินต้องเข้าถึงได้ภายใน 1-3 วินาที
▶ สีเหลืองสีดำ หมายถึง ระวังอันตรายพื้นที่ต่างระดับ , สารเคมีอันตราย, เครื่องจักรที่กำลังทำงาน
● ตัวอย่างการใช้งาน
– พื้นที่ต่างระดับ มักใช้สัญลักษณ์รูปคนสะดุด หรือ แถบเหลือง-ดำท แยง 45 องศา ทาที่ขอบบันไดหรือทางลาด เพื่อป้องกันการลื่นหรือสะดุดล้ม
– สารเคมีอันตราย เช่น สัญลักษณ์รูปหัวกะโหลกไขว้ (พิษ) หรือ รูปเปลวไฟ (วัตถุไวไฟ) บนพื้นหลังสามเหลี่ยมสีเหลือง เพื่อเตือนให้สวม PPE ก่อนสัมผัส
– เครื่องจักรที่กำลังทำงาน เตือนให้ระวังส่วนที่เคลื่อนไหวของเครื่องจักร เช่น ฟันเฟือง หรือจุดหนีบ ซึ่งอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บรุนแรงได้
● ข้อควรระวังในการใช้ สีเหลือง-ดำ
– อย่าใช้พร่ำเพรื่อหากติดป้ายเตือนสีเหลืองเต็มโรงงานไปหมด พนักงานจะเกิดอาการชินตาและอาจละเลยเมื่อเจออันตรายจริงๆ
– ความสว่างต้องพอ สีเหลืองเป็นสีที่สะท้อนแสงได้ดีที่สุดในบรรดาสีความปลอดภัย ดังนั้นควรหมั่นทำความสะอาดป้ายไม่ให้ฝุ่นเกาะ เพื่อรักษาประสิทธิภาพการสะท้อนแสง
– ความแตกต่างจากสีส้ม ในบางมาตรฐาน อาจมีการใช้สีส้มสำหรับอันตรายที่รุนแรงกว่า แต่สำหรับ ISO 3864 จะเน้นที่สีเหลืองเป็นหลักสำหรับการเตือนทั่วไป
▶ สีน้ำเงินสีขาว หมายถึง การบังคับให้ปฏิบัติต้องสวมหน้ากาก , ต้องสวมรองเท้านิรภัย
● ตัวอย่างการใช้งาน
– ต้องสวมหน้ากาก ใช้ในพื้นที่ที่มีฝุ่นละออง สารเคมีระเหย หรือเชื้อโรค เพื่อป้องกันระบบทางเดินหายใจ
– ต้องสวมรองเท้านิรภัย ใช้ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงจากของหนักตกทับ หรือมีเศษวัสดุแหลมคมบนพื้น เช่น แผนกซ่อมบำรุง
● ข้อควรระวังในการใช้ สีน้ำเงินสีขาว
– การมองเห็นในที่สลัว สีน้ำเงินเป็นสีที่มืดกว่าสีเหลืองหรือสีเขียว เมื่ออยู่ในที่แสงน้อยอาจมองเห็นเป็นสีดำหรือสีเทาได้ง่าย
พื้นที่สีน้ำเงินต้องมีสัดส่วนที่ถูกต้อง ตามมาตรฐาน สีน้ำเงินต้องครอบคลุมพื้นที่ อย่างน้อย 50% ของพื้นที่ป้ายทั้งหมด
▶ สีเขียวสีขาว หมายถึง สภาวะปลอดภัยทางออกหนีไฟ , จุดปฐมพยาบาล , ฝักบัวฉุกเฉิน
● ตัวอย่างการใช้งาน
– ทางออกหนีไฟ มักเป็นรูปคนวิ่งไปที่ประตู พร้อมลูกศรบอกทิศทาง ข้อควรระวังลูกศรต้องชี้ไปทางทิศที่ปลอดภัยจริง ๆ และป้ายต้องติดตั้งในจุดที่มองเห็นได้จากทุกมุมของทางเดิน
– จุดปฐมพยาบาล สัญลักษณ์รูปกากบาทสีขาวบนพื้นเขียว เพื่อให้พนักงานรู้ว่าหากบาดเจ็บต้องมาที่จุดนี้
– ฝักบัวฉุกเฉิน / ที่ล้างตา สำคัญมากในโรงงานสารเคมี ต้องติดตั้งป้ายเหนืออุปกรณ์และอยู่ในจุดที่พนักงานที่กำลังหลับตาเพราะสารเคมีเข้าตา สามารถคลำหาหรือมีเพื่อนร่วมงานพาไปได้ง่าย
● ข้อควรระวังในการใช้ สีเขียว-ขาว
– ห้ามมีสิ่งกีดขวาง บ่อยครั้งที่โรงงานวางกองสินค้าบังจุดปฐมพยาบาล หรือ ทางออกหนีไฟ แม้จะมีป้ายบอก แต่ถ้าตัวอุปกรณ์ถูกบัง ป้ายนั้นก็ไร้ความหมาย
– การเรืองแสง มาตรฐาน ISO แนะนำว่าป้ายสีเขียวโดยเฉพาะทางหนีไฟ ควรทำจากวัสดุเรืองแสง เพื่อให้มองเห็นได้ในความมืดสนิทเมื่อไฟฟ้าในอาคารดับลง
– ทิศทางของลูกศร การติดป้ายลูกศรผิดทิศทางในสภาวะฉุกเฉินอาจนำไปสู่โศกนาฏกรรมได้ ต้องมีการตรวจเช็กแผนผังอาคารให้ตรงกับป้ายจริงเสมอ
2. รูปทรงเรขาคณิตของป้าย
▶ ป้ายวงกลม (Circle) : ใช้สำหรับป้าย ห้าม (มีแถบคาด) หรือ บังคับให้ปฏิบัติ
● ความแตกต่าง
– วงกลม + สีแดง + มีแถบคาด = “ห้าม” (อย่าทำ)
– วงกลม + สีน้ำเงิน = “บังคับ” (ต้องทำ)
● ข้อควรระวัง หากคุณเห็นป้ายรูปวงกลมแต่ “ไม่มีรูปภาพ” (เช่น ปุ่มกด) ถ้าเป็นสีแดงมักหมายถึงการหยุดฉุกเฉิน แต่ถ้าเป็นป้ายสัญลักษณ์สากล จะต้องมีรูปภาพประกอบเพื่อให้เข้าใจความหมายได้ทันทีโดยไม่ต้องอ่านหนังสือ
▶ ป้ายสามเหลี่ยม (Triangle) : ใช้สำหรับป้าย เตือน ให้ระวังอันตราย
● ตัวอย่างการใช้งานที่พบบ่อยในโรงงาน
– ระวังไฟฟ้าแรงสูง สัญลักษณ์รูปสายฟ้าสีดำ
– ระวังสารเคมีกัดกร่อน สัญลักษณ์รูปของเหลวหยดใส่ชิ้นงานและมือ
– ระวังรถยก/โฟล์คลิฟท์ สัญลักษณ์รูปรถยก เพื่อเตือนในจุดที่เป็นทางร่วมทางแยก
– ระวังพื้นลื่น สัญลักษณ์รูปคนกำลังลื่นล้ม
– ระวังวัตถุไวไฟ สัญลักษณ์รูปเปลวไฟ
● ข้อควรระวังในการใช้ป้ายสามเหลี่ยม
– การติดตั้งควรติดตั้งไว้ ก่อนเข้าถึงจุดอันตราย เพื่อให้พนักงานมีเวลาเตรียมตัวหรือระวังตัวทัน และไม่ใช่ติดไว้ตรงจุดที่อันตรายพอดีจนหลบไม่พ้น
– ความสม่ำเสมอ อย่าใช้ป้ายสามเหลี่ยมเตือนในเรื่องที่ไม่เป็นอันตราย เช่น ระวังปิดประตูไม่สนิท เพราะจะทำให้พนักงานละเลยป้ายเตือนที่อันตรายจริงๆ
– การมองเห็น เนื่องจากสีเหลืองตัดกับสีดำเป็นคู่สีที่มองเห็นได้ชัดเจนที่สุดจากระยะไกล ควรดูแลอย่าให้มีฝุ่นคราบน้ำมันมาบัง เพราะจะลดประสิทธิภาพการสะท้อนแสงของสีเหลือง
▶ ป้ายสี่เหลี่ยมจัตุรัสหรือสี่เหลี่ยมผืนผ้า (Square/Rectangle) : ใช้สำหรับป้าย ข้อมูลความปลอดภัย
● สี่เหลี่ยมสีเขียว ป้ายสภาวะปลอดภัย เป็นป้ายที่บอกทางรอดหรือตำแหน่งของอุปกรณ์ช่วยเหลือ
– ตัวอย่าง : ทางหนีไฟ (Exit), จุดรวมพล (Assembly Point), เครื่องล้างตาฉุกเฉิน, ตู้ยาปฐมพยาบาล
– ลักษณะ : พื้นหลังสีเขียว สัญลักษณ์ภาพสีขาว
– วัตถุประสงค์ : ชี้แนะเส้นทางไปสู่ที่ปลอดภัย หรือตำแหน่งอุปกรณ์ปฐมพยาบาล
● สี่เหลี่ยมสีแดง ป้ายอุปกรณ์ดับเพลิง เป็นป้ายเฉพาะที่ใช้ระบุตำแหน่งของ อุปกรณ์สู้ไฟ เท่านั้น
– ตัวอย่าง : ถังดับเพลิง , สายสูบน้ำดับเพลิง , ปุ่มกดแจ้งเหตุเพลิงไหม้
– ลักษณะ : พื้นหลังสีแดง สัญลักษณ์ภาพสีขาว
– วัตถุประสงค์ : เพื่อให้พนักงานหาอุปกรณ์ดับไฟได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้
3. ทำไมโรงงานต้องยึดตาม ISO 3864?
- ลดความสับสน ไม่ว่าพนักงานจะพูดภาษาอะไร หรือเป็นแรงงานข้ามชาติ ทุกคนจะเข้าใจทันทีว่าสีแดงคือ “หยุด” และสีเหลืองคือ “ระวัง”
- เพิ่มความเร็วในการตอบสนอง ในวินาทีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน สมองมนุษย์ประมวลผล “สีและรูปทรง” ได้เร็วกว่าการอ่านตัวหนังสือ
- มาตรฐานสากล: ช่วยให้โรงงานผ่านการตรวจประเมินมาตรฐานคุณภาพอื่นๆ เช่น ISO 45001 ระบบจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
- ความสว่างและความคมชัด ISO 3864 กำหนดค่าความเข้มสีและค่าการสะท้อนแสงที่เหมาะสม เพื่อให้มองเห็นได้ชัดเจนแม้ในที่แสงน้อย
4. สีสำหรับสัญลักษณ์อุปกรณ์ดับเพลิง (Fire Safety)
แม้ว่าสีแดงจะใช้สำหรับ “การห้าม” แต่ในบริบทของอุปกรณ์ดับเพลิง ISO 3864 กำหนดให้ใช้ สีแดงคู่กับสีขาว สำหรับชี้บ่งตำแหน่งของถังดับเพลิง หรือสายฉีดน้ำดับเพลิงโดยเฉพาะ เพื่อให้แยกออกจากป้าย “ห้าม” ปกติได้ชัดเจน ข้อควรระวังการใช้สีผิดประเภท เช่น ใช้สีเหลืองในจุดที่ควรเป็นสีแดง อาจทำให้พนักงานเข้าใจผิดว่าพื้นที่นั้นแค่ “ให้ระวัง” แทนที่จะเป็น “ห้ามเข้า” ซึ่งอาจนำไปสู่อันตรายถึงชีวิตได้