การเลือกทำเลคลังสินค้าระหว่าง ในเมือง (Urban Warehouse) กับ นอกเมือง (Suburban/Regional Warehouse) เป็นการต่อสู้กันระหว่าง ค่าเช่าที่ กับ ค่าขนส่ง หากต้องการลดค่าขนส่งให้ได้มากที่สุด ต้องพิจารณาปัจจัยเหล่านี้ตามบริบทของธุรกิจ
1. คลังสินค้าในเมือง Urban Warehouse
▶ จุดเด่นเรื่องการขนส่งคลังสินค้าในเมือง
- การลดต้นทุน Last-mile Delivery (กิโลเมตรสุดท้าย) ค่าขนส่งในช่วงสุดท้ายก่อนถึงมือลูกค้าคือส่วนที่แพงที่สุดในกระบวนการโลจิสติกส์ คิดเป็นเกือบ 50% ของต้นทุนขนส่งทั้งหมด ระยะทางสั้นลงเมื่อคลังอยู่ใกล้บ้านลูกค้า ค่าเชื้อเพลิงและค่าเสื่อมสภาพรถจึงลดลงอย่างมาก และ ค่าส่งต่อชิ้นถูกลงขนส่งสามารถวิ่งวนส่งของได้หลายรอบต่อวัน ทำให้ต้นทุนเฉลี่ยต่อกล่องลดต่ำลง
- การทำความเร็วได้ระดับ Same-day หรือ Express ในยุคที่ลูกค้าต้องการความไว คลังสินค้าในเมืองคือคำตอบเดียวที่ทำได้ การส่งไวทันใจและสามารถส่งสินค้าได้ภายใน 1-3 ชั่วโมง หรือภายในวันเดียว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อ และ การรองรับ On-demand Delivery สามารถเรียกใช้บริการ Rider เช่น Grab, Lalamove ได้ง่ายและราคาถูก เพราะระยะทางไม่ไกล
- การเพิ่มรอบการกระจายสินค้า ความถี่สูงขึ้นรถขนส่งไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไป-กลับจากนอกเมือง 2-3 ชั่วโมง ทำให้ใน 1 วัน รถคันเดิมสามารถตีรถกลับมาโหลดของใหม่และออกไปส่งได้หลายรอบมากขึ้น มีความยืดหยุ่นสูงหากมีออเดอร์ด่วนตอนบ่าย ก็ยังสามารถจัดส่งให้ถึงมือลูกค้าได้ก่อนเย็น
- การลดความเสี่ยงจากการจราจรและอุบัติเหตุเลี่ยงถนนสายหลักการขนส่งจากนอกเมืองมักเจอปัญหารถติดที่ด่านทางด่วนหรือถนนเส้นหลักเข้าเมือง แต่คลังในเมืองสามารถใช้ถนนเส้นรองหรือทางลัดเลาะเพื่อไปหาลูกค้าได้โดยตรง ใช้ยานพาหนะขนาดเล็กได้ คลังในเมืองเอื้อต่อการใช้ รถจักรยานยนต์ หรือ รถไฟฟ้าขนาดเล็ก ซึ่งคล่องตัวสูงในเขตรถติดและหาที่จอดง่ายกว่ารถบรรทุกใหญ่
▶ การประหยัดต้นทุนของคลังสินค้าในเมือง
- ประหยัดค่าขนส่งต่อชิ้น (Lower Delivery Cost per Order) นี่คือจุดที่ประหยัดได้ชัดเจนที่สุด เพราะระยะทางระหว่างคลังกับบ้านลูกค้าสั้นลง ประหยัดค่าน้ำมันยิ่งระยะทางสั้น ค่าเชื้อเพลิงยิ่งลดลง ค่าขนส่งถูกลง หากใช้บริการขนส่งเอกชน เช่น Grab, Lalamove หรือไรเดอร์ท้องถิ่น ค่าบริการจะถูกคำนวณตามระยะทาง เมื่อต้นทางอยู่ใกล้ ปลายทางอยู่ใกล้ ค่าส่งจึงถูกลงอย่างมาก ลดค่าจ้างล่วงเวลาOTพนักงานขับรถสามารถส่งของเสร็จภายในเวลาทำงานปกติ ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไกลจนต้องจ่ายค่าล่วงเวลา
- ประหยัดต้นทุนการบริหารจัดการรถ เมื่อระยะทางสั้นลง รถ 1 คัน จะทำหน้าที่ได้คุ้มค่าขึ้น การเพิ่มรอบการวิ่ง รถคันเดิมสามารถวิ่งกลับมาโหลดของและออกไปส่งซ้ำได้ 3-4 รอบต่อวัน แทนที่จะวิ่งได้เพียง 1-2 รอบถ้าต้องมาจากนอกเมือง การลดจำนวนรถที่ต้องใช้เมื่อรถแต่ละคันวิ่งได้หลายรอบ จึงไม่จำเป็นต้องมีรถจำนวนมาก ช่วยประหยัดค่าผ่อนรถ ค่าประกัน และค่าบำรุงรักษา
- ลดต้นทุนสินค้าตีกลับ สินค้าออนไลน์มักมีการคืนของหรือส่งไม่สำเร็จ ค่าเก็บกลับถูกลงเพราะการวนรถไปรับสินค้าคืนจากลูกค้าที่อยู่ใกล้ๆ มีต้นทุนต่ำกว่าการตีรถเปล่าจากนอกเมืองเข้าไปรับ สินค้าหมุนเวียนเร็วขึ้นสินค้าที่ถูกคืนสามารถกลับเข้าสต็อกเพื่อขายใหม่ได้ภายในวันเดียว ลดโอกาสที่ของจะค้างเติ่งอยู่บนรถนานๆ จนเสียโอกาสการขาย
- ประหยัดต้นทุนด้านความเสียโอกาสในโลกออนไลน์ ความเร็ว = ยอดขาย และ ลดอัตราการยกเลิกออเดอร์ลูกค้าส่วนใหญ่ยกเลิกออเดอร์เพราะรอนานเกินไป การมีคลังในเมืองทำให้ส่งของได้ไว ช่วยลดปัญหาออเดอร์ถูกยกเลิกกลางคัน เพิ่มโอกาสได้ลูกค้าPremiumลูกค้าที่ยอมจ่ายแพงเพื่อของด่วนคือกลุ่มที่สร้างกำไรสูง ซึ่งจะคว้าโอกาสนี้ไม่ได้เลยถ้าคลังอยู่ไกล
▶ ข้อจำกัดของคลังสินค้าในเมือง
- ค่าเช่าพื้นที่สูงมาก นี่คือข้อจำกัดที่ใหญ่ที่สุด ต้นทุนต่อตารางเมตรราคาที่ดินในเมืองสูงกว่านอกเมืองหลายเท่า ทำให้ค่าเช่าคลังสินค้าสูงตามไปด้วย และพื้นที่จำกัดในงบประมาณที่เท่ากัน จะได้พื้นที่ในเมืองน้อยกว่านอกเมืองมาก ทำให้ไม่สามารถสต็อกสินค้าจำนวนมหาศาลหรือสินค้าชิ้นใหญ่ได้
- กฎระเบียบและข้อบังคับเรื่องผังเมือง พื้นที่ในเมืองไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการทำอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าเสมอไป ข้อจำกัดเรื่องรถใหญ่หลายพื้นที่ในเมืองมีกฎหมาย “ห้ามรถบรรทุกวิ่ง” ในช่วงเวลาเร่งด่วน หรือ ห้ามรถ 6-10 ล้อเข้าโดยเด็ดขาด ทำให้ต้องใช้รถเล็ก (พิกอัพ/มอเตอร์ไซค์) ซึ่งอาจต้องวิ่งหลายเที่ยวแทน และใบอนุญาตการขออนุญาตประกอบกิจการบางประเภทในเขตที่อยู่อาศัยทำได้ยากและมีข้อกำหนดที่เข้มงวดกว่า
- ปัญหาการจราจรที่หนาแน่น แม้จะอยู่ใกล้ลูกค้า แต่ความติดขัดคือตัวแปรที่คุมไม่ได้ ความไม่แน่นอนของเวลาแม้ระยะทางจะแค่ 5 กม. แต่อาจใช้เวลาเดินทางเป็นชั่วโมงในช่วงเย็น ทำให้การวางแผนเส้นทางทำได้ยาก และค่าใช้จ่ายแฝงรถที่ติดเครื่องอยู่บนถนนนานๆ ทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันและเกิดการสึกหรอของเครื่องยนต์มากกว่าการวิ่งทางไกลด้วยความเร็วคงที่
- ความลำบากในการโหลดสินค้าเพราะด้วยพื้นที่จอดรถจำกัดคลังสินค้าในเมืองมักไม่มีที่จอดรถกว้างๆ หรือไม่มีจุด Loading Dock สำหรับรถบรรทุก ทำให้ต้องจอดริมถนน ซึ่งเสี่ยงต่อการโดนใบสั่งหรือกีดขวางจราจร ในส่วนอาคารมักเป็นแนวตั้งคลังในเมืองหลายแห่งเป็นอาคารพาณิชย์หรือตึกหลายชั้น ทำให้การเคลื่อนย้ายสินค้าขึ้น-ลงต้องพึ่งพาลิฟต์หรือแรงงานคน ซึ่งช้ากว่าคลังชั้นเดียวราบขนานไปกับพื้น
- ความขัดแย้งกับชุมชนรอบข้าง มลภาวะทางเสียงและฝุ่นการขนถ่ายสินค้าตลอดทั้งวันทั้งคืนอาจรบกวนเพื่อนบ้านหรือชุมชนใกล้เคียง นำไปสู่การร้องเรียนได้ ภาพลักษณ์แบรนด์หากมีรถขนส่งจอดขวางหน้าบ้านคนอื่นบ่อยๆ อาจส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ในสายตาคนพื้นที่ได้
2. คลังสินค้านอกเมือง Suburban/Regional Warehouse
▶ จุดเด่นเรื่องการขนส่งคลังสินค้านอกเมือง
- การเข้า-ออกของรถบรรทุกขนาดใหญ่ นี่คือจุดแข็งที่สุดที่ในเมืองให้ไม่ได้ ไร้ข้อจำกัดเรื่องเวลา พื้นที่นอกเมืองมักไม่อยู่ในเขตห้ามรถบรรทุกวิ่ง ทำให้รถพ่วงหรือรถ 10 ล้อ สามารถเข้า-ออกเพื่อลงของหรือรับของได้ตลอด 24 ชั่วโมง และ การเชื่อมต่อถนนสายหลักคลังสินค้านอกเมืองมักตั้งอยู่ใกล้ทางหลวงสายหลัก หรือวงแหวนรอบนอก ทำให้การกระจายสินค้าไปยังภูมิภาคอื่นๆ ทำได้ทันทีโดยไม่ต้องฝ่ารถติดในเมือง
- รองรับระบบ Cross-Docking เต็มรูปแบบ การเปลี่ยนถ่ายสินค้าที่รวดเร็วด้วยพื้นที่ที่กว้างขวาง คลังนอกเมืองสามารถทำจุด Loading Dock ได้หลายช่องพร้อมกัน ทำให้สามารถรับสินค้าจากซัพพลายเออร์และกระจายออกไปยังรถขนส่งย่อยๆ ได้ทันทีโดยไม่ต้องนำของไปเก็บบนชั้นลดเวลาการทำงานลงมหาศาล
- ต้นทุนการขนส่งระดับ Bulk ที่ต่ำกว่า Economy of Scale การขนส่งจากโรงงานมายังคลังนอกเมืองสามารถใช้รถขนาดใหญ่พิเศษได้ ซึ่งบรรทุกสินค้าได้มากกว่ารถเล็กหลายเท่า เมื่อคำนวณค่าขนส่งต่อหน่วยจึงถูกกว่าการนำรถเล็กหลายๆ คันวิ่งเข้าเมืองจุดพักรถและที่จอดรถมีพื้นที่กว้างขวางเพียงพอสำหรับจอดพักรถบรรทุกหรือรอคิวโหลดของ ทำให้กระบวนการขนส่งลื่นไหล ไม่กดดันเรื่องพื้นที่จอดรถเหมือนในเมือง
- ศูนย์กลางการกระจายสินค้าจุดเชื่อมต่อภูมิภาคหากธุรกิจ ไม่ได้ส่งแค่ในกรุงเทพฯ คลังนอกเมืองคือ จุดยุทธศาสตร์ ที่ดีที่สุดในการส่งสินค้าไปเหนือ ใต้ อีสาน โดยไม่ต้องให้รถใหญ่เสียเวลาวิ่งผ่านใจกลางเมืองที่รถติด
▶ การประหยัดต้นทุนของคลังสินค้านอกเมือง
- ประหยัดค่าเช่าและค่าที่ดิน นี่คือปัจจัยที่เห็นผลชัดเจนที่สุดในงบกำไรขาดทุนพื้นที่ต่อตารางเมตรถูกกว่าในราคาเช่าที่เท่ากัน อาจได้พื้นที่นอกเมืองกว้างกว่าในเมืองถึง 2-3 เท่าการลดต้นทุนการจัดเก็บ เมื่อค่าเช่าถูกลงต้นทุนในการวางสินค้าแต่ละชิ้นก็น้อยลงตามไปด้วย ทำให้สามารถสต็อกสินค้าได้นานขึ้นโดยไม่กดดันเรื่องกำไรเท่ากับคลังในเมือง
- ประหยัดต้นทุนการขนส่ง การขนส่งสินค้าล็อตใหญ่ สามารถรับสินค้าจากโรงงานหรือท่าเรือด้วยรถเทรลเลอร์ขนาดใหญ่ได้โดยตรง ซึ่งมีต้นทุนต่อหน่วยถูกที่สุดไม่มีค่าปรับ/ค่าเสียเวลาจากรถติดรถบรรทุกใหญ่ไม่ต้องจอดรอเวลาห้ามวิ่ง ทำให้ไม่ต้องเสียค่าจ้างคนขับรอเวลา หรือค่าปรับจากการทำผิดกฎจราจรในเขตเมือง
- ประหยัดต้นทุนแรงงาน ค่าครองชีพต่ำกว่าในบางพื้นที่นอกเมือง ค่าจ้างแรงงานหรือค่าล่วงเวลาอาจมีการแข่งขันที่ไม่สูงเท่าใจกลางเมืองประสิทธิภาพการทำงานสูงขึ้นเนื่องจากพื้นที่กว้างขวาง พนักงานสามารถใช้รถ Forklift หรืออุปกรณ์ทุ่นแรงได้เต็มที่ ทำให้การเคลื่อนย้ายสินค้าทำได้เร็วกว่าการใช้แรงงานคนแบกหามในพื้นที่แคบๆ
- ประหยัดจากการบริหารสต็อกจำนวนมาก เพราะการสั่งซื้อจำนวนมาก เมื่อมีพื้นที่คลังขนาดใหญ่ สามารถสั่งซื้อสินค้าจากซัพพลายเออร์ทีละมากๆ เพื่อขอส่วนลดพิเศษได้ ซึ่งคลังในเมืองที่พื้นที่จำกัดมักจะทำไม่ได้รองรับการเติบโต แต่คลังนอกเมืองไม่ต้องย้ายคลังบ่อยๆ เมื่อธุรกิจขยายตัว เพราะพื้นที่นอกเมืองมักมีพื้นที่ว่างให้ขยายเฟส 2 หรือเฟส 3 ได้ง่ายกว่า
▶ กลยุทธ์ลดค่าขนส่งของคลังสินค้านอกเมือง
- การเปลี่ยนถ่ายสินค้าทันที เป็นกลยุทธ์การลดค่าขนส่งที่ทรงพลังที่สุดสำหรับคลังนอกเมืองหลักการรถบรรทุกใหญ่จากโรงงานมาถึงคลัง สินค้าจะถูกคัดแยกและโหลดขึ้นรถกระจายสินค้าขนาดเล็กทันทีโดยไม่เข้าชั้นวาง ผลลัพธ์ที่ได้คือลดเวลาการถือครองสินค้า และประหยัดค่าแรงในการยกของเข้า-ออก ช่วยให้รอบการส่งสินค้าเร็วขึ้นเทียบเท่ากับคลังในเมืองในต้นทุนที่ถูกกว่า
- การขนส่งแบบรวบรวมเที่ยวในเมื่อคลังอยู่ไกล การส่งทีละน้อยๆ คือหายนะของต้นทุนรอรอบให้เต็มแทนที่จะส่งรถกระบะ 5 คันแยกกัน ให้รวบรวมออเดอร์แล้วส่งด้วยรถ 6 ล้อเพียงคันเดียว วางเส้นทางให้รถ 1 คัน วิ่งส่งหลายจุดในโซนเดียวกัน เช่น วิ่งจากคลังนอกเมือง แล้ววนส่งลูกค้า 10 รายในเขตเมือง แทนที่จะวิ่งกลับมาที่คลังทุกครั้งหลังส่งเสร็จ
- การใช้โมเดล Hub (คลังนอกเมือง) ใช้เป็นที่เก็บสต็อกหลัก เพราะค่าเช่าถูก Spoke จุดกระจายสินค้าในเมือง อาจจะเป็นคลังขนาดเล็กหรือการใช้บริการ 3PL ในเมือง โดยส่งสินค้าล็อตใหญ่จากคลังนอกเมืองเข้ามาเติมวันละ 1 รอบ เพื่อให้การส่ง Last-mile ถึงมือลูกค้าในเมืองมีต้นทุนต่ำที่สุด
- การจัดการสินค้าขากลับ ปัญหาของคลังนอกเมืองคือรถมักจะว่างตอนขากลับหลังจากไปส่งของในเมืองรับของกลับ คลังวางแผนให้รถที่ไปส่งของเสร็จแล้ว แวะรับวัตถุดิบจากซัพพลายเออร์ หรือรับสินค้าตีคืนจากลูกค้าในเขตนั้นกลับมาที่คลังด้วยลดการวิ่งรถเปล่าทุกกิโลเมตรที่รถวิ่งต้องมีสินค้าอยู่บนรถ เพื่อให้ค่าใช้จ่ายน้ำมันและค่าเสื่อมสภาพถูกหารด้วยจำนวนสินค้าที่มากขึ้น
- การเลือกใช้บริการขนส่งแบบเหมาโซน เลือกพาร์ทเนอร์ตามพื้นที่คลังนอกเมืองมักอยู่ใกล้จุดเชื่อมต่อต่างจังหวัด ควรใช้บริการขนส่งที่เก่งในเส้นทางสายหลัก เช่น รถสายเหนือ สายใต้ เพื่อให้ได้ราคาเหมาที่ถูกกว่าบริษัทขนส่งที่ต้องเข้ามารับของในเมือง

กลยุทธ์เลือกทำเลให้ ลดค่าขนส่ง มากที่สุด
- วิเคราะห์ Density ของลูกค้าดูว่าลูกค้าส่วนใหญ่อยู่ที่ไหน หาก 80% อยู่ในกรุงเทพฯ การมีคลังเล็กๆ ในเมืองอาจคุ้มกว่าการจ่ายค่าขนส่งจากต่างจังหวัดเข้ามาทุกวัน
- ใช้โมเดล Hybrid เก็บสต็อกหลักไว้นอกเมือง เพื่อประหยัดค่าเช่า และมีคลังย่อยในเมือง สำหรับสินค้าขายดีเพื่อส่งให้ลูกค้าได้ทันที
- คำนวณ Total Logistics Cost อย่าดูแค่ค่าขนส่งอย่างเดียว ให้คำนวณ ค่าเช่า + ค่าแรง + ค่าขนส่ง + ค่าเสียโอกาสถ้าส่งช้า รวมกันแล้วเลือกจุดที่ตัวเลขต่ำที่สุด