1.ตะแกรงเหล็กไวร์เมช (Wire Mesh)
คือ ตะแกรงเหล็กสำเร็จรูปที่เกิดจากการนำ เหล็กเส้นกลม (Round Bar) หรือ เหล็กเส้นข้ออ้อย (Deformed Bar) ขนาดเล็กมาวางพาดตัดกันเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสหรือสี่เหลี่ยมผืนผ้า แล้วเชื่อมติดกันตรงจุดตัดด้วย การเชื่อมแบบไฟฟ้า การเชื่อมด้วยวิธีนี้ทำให้จุดตัดทุกจุดหลอมละลายเป็นเนื้อเดียวกัน แข็งแรงกว่าการใช้ลวดมัดมือแบบสมัยก่อนมาก
▶ หน้าที่หลักของไวร์เมช
● ต้านทานการแตกร้าว ป้องกันไม่ให้คอนกรีตแตกร้าวขณะแห้งตัว หรือเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ
● กระจายแรง ช่วยให้การรับน้ำหนักบนผิวคอนกรีตสม่ำเสมอขึ้น
● เสริมความแข็งแรงให้ผิวทาง เหมาะสำหรับงานพื้นบ้าน , โรงจอดรถ , ลานเอนกประสงค์ หรือถนน
▶ วิธีการดูสเปก
▶ ตัวอย่างเช่น เวลาไปซื้อคุณอาจจะเจอตัวเลขแบบนี้ ไวร์เมช 4 มม. @ 20 ซม.
● 4 มม. คือ ความหนาของเส้นเหล็ก
● @ 20 ซม. คือ ระยะห่างระหว่างเส้น ยิ่งตัวเลขน้อย เช่น @ 15 ตะแกรงก็จะยิ่งถี่และแข็งแรงขึ้น
▶ ส่วนประกอบและลักษณะสำคัญ
▶ ลักษณะการจำหน่าย
● แบบม้วน : มักใช้กับเหล็กขนาดเล็ก (เช่น 3 มม. – 4 มม.) ขนส่งง่าย ปูได้ยาวต่อเนื่อง
● แบบแผ่น : มักใช้กับเหล็กขนาดใหญ่ (เช่น 6 มม. ขึ้นไป) เพื่อความเรียบเนียน ไม่ม้วนงอขณะปู
▶ ขนาดที่นิยมในการใช้งาน
● ขนาดเหล็ก มีตั้งแต่ 3 มม. ไปจนถึง 9 มม. หรือมากกว่า
● ระยะห่าง (Mesh Size) ที่ใช้กันบ่อยคือ @15×15 ซม. , @20×20 ซม. และ @25×25 ซม.
2. เหล็กเส้นผูกมือ หรือ ที่ช่างหน้างานมักเรียกว่า เหล็กตัดผูก
คือกรรมวิธีแบบดั้งเดิมในการทำโครงสร้างเหล็กเสริมคอนกรีต โดยการนำ เหล็กเส้น (Rebar) ที่เป็นท่อนยาวๆ (ปกติยาว 10 หรือ 12 เมตร) มาทำการ วัด ตัด ดัด และมัด ด้วยตัวเองที่หน้างาน
▶ ขั้นตอนการทำงาน ที่ทำให้ใช้เวลานาน
● การดัดเหล็ก นำเหล็กเส้นมาตัดตามความยาวที่ต้องการ และ ดัดงอปลาย ทำ Hook เพื่อการยึดเกาะคอนกรีต
● การวางระยะ ช่างต้องตีเส้นหรือทำเครื่องหมายบนพื้น เพื่อวางเหล็กให้ห่างเท่าๆ กัน เช่น ทุกๆ 15 หรือ 20 ซม.
● การผูกลวด ใช้ ลวดผูกเหล็ก และ คีมมัดลวด ผูกจุดตัดของเหล็กเส้นทุกจุดให้แน่น เพื่อไม่ให้เหล็กขยับเขยื้อนเวลาเดินเทคอนกรีต
▶ ประเภทของเหล็กที่นิยมนำมาผูกมือ
● เหล็กเส้นกลม มักใช้ขนาด 6 มม. หรือ 9 มม.สำหรับงานพื้นหรือเหล็กปลอกเสา
● เหล็กข้ออ้อย มีบั้งรอบเส้นเพื่อการยึดเกาะคอนกรีตที่ดีกว่า มักใช้กับงานโครงสร้างหลักที่รับแรงดึงสูง เช่น คาน หรือ เสาเข็ม
▶ ข้อดี
– ยืดหยุ่นสูง สามารถปรับแต่งรูปร่างได้ตามหน้างานจริง เช่น พื้นที่มีมุมหยักเยอะๆ หรือพื้นที่แคบที่ไวร์เมชเข้าไม่ถึง
– ความแข็งแรงเฉพาะจุด สามารถเพิ่มจำนวนเส้นเหล็กในจุดที่ต้องรับน้ำหนักพิเศษได้ง่าย เช่น จุดที่จะวางถังน้ำบนพื้น
– หาซื้อได้ทั่วไปร้านวัสดุก่อสร้างปากซอยส่วนใหญ่จะมีเหล็กเส้นขายเป็นท่อนๆ เสมอ
▶ ข้อเสีย
– ช้า เสียค่าแรงช่างไปกับการนั่งหลังขดหลังแข็งผูกเหล็ก
– ความไม่สม่ำเสมอ หากช่างลักไก่ ผูกไม่ครบทุกจุด หรือวางระยะห่างไม่เท่ากัน ความแข็งแรงของพื้นก็จะลดลง
– เศษเหล็กเยอะ มักจะมีเศษเหล็กที่ตัดเหลือทิ้งเยอะกว่าการสั่งไวร์เมชตามขนาด
แต่คำว่า คุ้มค่า ของแต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับสเกลงานและค่าแรงในมือคุณ มาลองเปรียบเทียบกันแบบชัดๆ ดังนี้
1. การประหยัดเวลาและการใช้งาน
▶ ตะแกรงเหล็กไวร์เมช ชนะขาดลอยครับ เพราะมาเป็นม้วนหรือเป็นแผง แค่ยกวาง ปูพรม แล้วจบงานได้เลย ลดขั้นตอนการตัดเหล็กและการนั่งผูกลวดไปได้มากกว่า 50-70%
▶ เหล็กเส้นผูกมือ ใช้เวลานานมาก เพราะต้องใช้แรงงานคนมานั่งวัดระยะ ดัดเหล็ก และมัดลวดทีละจุด หากคุมงานไม่ดี ระยะห่างของเหล็กอาจไม่เท่ากันด้วย
2. ความคุ้มค่าและต้นทุน
| หัวข้อเปรียบเทียบ | ตะแกรงเหล็กไวร์เมช | เหล็กเส้นผูกมือ |
| ราคาวัสดุ | มักจะสูงกว่าเหล็กเส้นเล็กน้อยต่อกิโลกรัม | ราคาหน้าโรงงานถูกกว่า |
| ค่าแรง | ประหยัดมาก ใช้คนน้อย งานเสร็จไว | สูง เพราะต้องใช้ช่างฝีมือและใช้เวลานาน |
| เศษเหล็กเหลือทิ้ง | น้อยมาก เพราะสั่งตัดตามขนาดได้ | เยอะกว่า จากการตัดเหล็กเส้นให้ได้ระยะ |
| มาตรฐาน | จุดเชื่อม สม่ำเสมอจากโรงงาน | ขึ้นอยู่กับความละเอียดของช่าง |
3. สรุปเลือกแบบไหนดี?
▶ การเลือก ไวร์เมช เมื่อต้องการใช้งาน ดังนี้
● ต้องการ ความรวดเร็ว เช่น เทพื้นบ้าน, พื้นโรงจอดรถ, ถนนคอนกรีต
● ต้องการควบคุมมาตรฐานให้เท่ากันทั้งแผ่น
● ค่าแรงช่างแพง หรือต้องการลดจำนวนคนงาน
▶ การเลือก เหล็กเส้นผูกมือ เมื่อต้องการใช้งาน ดังนี้
● เป็นงานโครงสร้างเฉพาะทางที่ต้องการเหล็กรับแรงดึงสูงมาก เช่น คาน , เสา, ฐานราก
● พื้นที่หน้างานมีความซับซ้อน เข้ามุมเยอะ หรือพื้นที่เล็กมากจนการปูไวร์เมชทำได้ยาก
● คุณมีช่างประจำที่ค่าแรงถูกและต้องการประหยัดงบวัสดุให้ได้มากที่สุด