เทคนิคการติดตั้งชั้นวางของ โดยเฉพาะชั้นวางเหล็ก เพื่อความปลอดภัยสูงสุดนั้นมีหลายขั้นตอนที่ต้องทำอย่างละเอียดและถูกต้องครับ โดยหลักการคือการทำให้ชั้นวาง มั่นคง และ รับน้ำหนักตามที่กำหนด
1. การเตรียมพื้นที่และพื้นผิว
- พื้นผิวต้องเรียบและได้ระดับ โดยการใช้ ระดับน้ำ ตรวจสอบพื้นก่อนติดตั้ง ต้องมั่นใจว่าพื้นไม่เอียง เพราะพื้นผิวที่ไม่เรียบจะทำให้เสาชั้นวางรับน้ำหนักไม่เท่ากันและเสี่ยงต่อการล้มคว่ำ หากพื้นมีรอยแตกหรือทรุดตัว ควรปรึกษาวิศวกรและแก้ไขก่อนการติดตั้งชั้นวางของหนัก
- การเช็กการรับน้ำหนักของพื้นอาคาร สำคัญที่สุดต้องรู้ว่าพื้นอาคารหรือพื้นชั้นลอย รับน้ำหนักบรรทุกใช้งานได้สูงสุดเท่าไหร่การคำนวณน้ำหนักรวมของ โครงชั้นวาง + สินค้าสูงสุดที่วาง แล้วกระจายลงเสา เพื่อให้แน่ใจว่าไม่เกินขีดจำกัดของพื้นอาคาร
2. การประกอบและการยึดโครงสร้าง
- ควรทำตามคู่มือผู้ผลิตอย่างเคร่งครัด ห้ามข้ามขั้นตอนการประกอบ โดยเฉพาะการใส่ชิ้นส่วนยึดหรือคานตามลำดับที่ระบุ และ ห้ามใช้ชิ้นส่วนที่ไม่เข้ากัน หากชำรุดต้องเปลี่ยนอะไหล่ที่ตรงรุ่นเท่านั้น
การขันน็อต/สลักเกลียว ควรขันให้แน่นหนาตรวจสอบให้แน่ใจว่าการเชื่อมต่อทั้งหมดแน่นหนา ไม่หลวมคลอน และคานอยู่ในองศาที่ถูกต้องและต้องไม่เอียง - การยึดชั้นวางกับโครงสร้างอาคาร การยึดติดกับพื้น สำหรับชั้นวางของหนักหรือชั้นวางที่มีความสูง ต้องยึดฐานเสากับพื้นด้วย พุก ที่เหมาะสมกับชนิดของพื้น ต้องเป็น คอนกรีต, ปูน
- ยึดติดกับผนัง โดยเฉพาะชั้นวางที่มีความสูงมากกว่า 3 เท่าของความลึก เช่น ชั้นวางลึก 40 ซม. สูง 150 ซม. ควรยึดกับผนังเพื่อป้องกันการล้มคว่ำ โดยอาจใช้เหล็กฉากหรือสายรัดเพื่อยึดให้มั่นคง
3. เทคนิคการจัดเก็บสินค้า
- วางของหนักไว้ชั้นล่างสุด สำคัญที่สุดคือต้องวางสิ่งของที่มีน้ำหนักมากที่สุดไว้ที่ชั้นล่างให้ใกล้พื้น เพื่อรักษา จุดศูนย์ถ่วง ของชั้นวางให้ต่ำที่สุด เพราะการวางของหนักไว้ด้านบนสุดทำให้ชั้นวางไม่มั่นคงและมีโอกาสล้มคว่ำได้ง่ายหากมีการกระแทกหรือหยิบของ
- ไม่บรรทุกน้ำหนักเกินพิกัดที่รับได้ ห้ามวางของเกินขีดจำกัดการรับน้ำหนักที่กำหนดต่อชั้น และน้ำหนักรวมของทั้งชุด ควรมีการติดป้ายกำกับที่ชั้นวางเพื่อระบุน้ำหนักสูงสุดที่รับได้ต่อชั้น
- กระจายน้ำหนักสม่ำเสมอวางสินค้าให้กระจายน้ำหนักออกไปทั่วแผ่นชั้นวาง ไม่ควรกองน้ำหนักทั้งหมดไว้ที่จุดใดจุดหนึ่ง
4. การบำรุงรักษาและการใช้งาน
- ตรวจสอบสภาพเป็นประจำ หมั่นตรวจสอบร่องรอยความเสียหาย เช่น คานงอ สลักเกลียวหลวม หรือรอยร้าวที่โครงสร้างหากพบความเสียหาย ควรรีบซ่อมแซมทันที ห้ามใช้การซ่อมแซมแบบชั่วคราว ห้ามปีนป่าย หรือเหยียบชั้นวางเพื่อหยิบสินค้า ควรใช้อุปกรณ์ช่วยหยิบที่เหมาะสม เช่น บันไดหยิบของที่มีความมั่นคง
- การคำนึงถึงทางเดินต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีพื้นที่ทางเดินเพียงพอในการเข้าถึงและเคลื่อนย้ายสินค้า โดยเฉพาะหากมีการใช้รถเข็นหรือรถยก
เทคนิคการใช้งานเพื่อความปลอดภัยระยะยาว
1.การจัดการน้ำหนักและจุดศูนย์ถ่วง
- ควรจัดวางของหนักไว้ชั้นล่างสุด เพราะสำคัญที่สุดคือการรักษาจุดศูนย์ถ่วงให้ต่ำที่สุด เพื่อลดโอกาสที่ชั้นวางจะโคลงเคลงหรือล้มคว่ำ โดยเฉพาะชั้นวางที่สูง หรือ ชั้นวางที่ไม่ได้ยึดติดผนัง
- ห้ามวางเกินพิกัด ห้ามวางของที่มีน้ำหนักเกินกว่าที่ชั้นวางแต่ละชั้นสามารถรับได้ ตามที่ผู้ผลิตกำหนดไว้การวางเกินพิกัดเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ของการเกิดการบิดงอและการพังทลายของชั้นวาง
- ควรกระจายน้ำหนักสม่ำเสมอ วางของให้เต็มพื้นที่ชั้นวางอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการวางของหนักกองไว้ที่จุดใดจุดหนึ่งของชั้น หรือวางของหนักเกินไปบริเวณด้านหน้าของชั้น
2. การควบคุมพฤติกรรมการใช้งาน
- ชั้นวางไม่ใช่บันได ห้ามปีนป่ายหรือเหยียบบนชั้นวางเพื่อหยิบของที่อยู่สูงเด็ดขาด เพราะชั้นวางไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับน้ำหนักในลักษณะแนวดิ่งเฉพาะจุด ควรใช้บันไดหรืออุปกรณ์ยกที่เหมาะสมแทน
- ห้ามดัดแปลงโครงสร้าง ห้ามตัด ดัดแปลง เจาะรูเพิ่ม หรือเปลี่ยนชิ้นส่วนโครงสร้างของชั้นวางโดยพลการ หากจำเป็นต้องปรับเปลี่ยน ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ผลิตเท่านั้น
- ไม่วางของยื่นออกนอกขอบ จัดเก็บสินค้าให้อยู่ภายในขอบเขตของชั้นวาง เพื่อป้องกันการตกหล่นใส่ศีรษะหรือกีดขวางทางเดิน
3. การตรวจสอบและบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ
ระยะเวลาการตรวจสอบจะแบ่งออกตามได้ดังนี้
- แบบทุกวัน/ทุกสัปดาห์ จุดที่ควรตรวจสอบ การจัดวางของ ว่าวางของเกินขอบ/เกินน้ำหนักที่ระบุหรือไม่ และ ความสะอาด ตรวจดูว่ามีเศษวัสดุ หรือ น้ำ หรือ คราบน้ำมันหกบนชั้นวางหรือไม่
- แบบรายเดือน/รายไตรมาส จุดที่ควรตรวจสอบ ความมั่นคงของโครงสร้าง สกรู/น็อตยึดกับผนังหรือพื้นหลวมหรือไม่ และ สภาพชั้นวางมีเสาเหล็กบิดงอ คานแอ่นตัว หรือมีรอยบุบ/รอยชนจากรถยกหรือไม่ ตัวป้ายกำกับป้ายระบุน้ำหนักบรรทุกสูงสุดยังชัดเจนดีหรือไม่
- แบบรายปี เป็นจุดที่ควรตรวจสอบใหญ่ให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความสมบูรณ์ของโครงสร้างโดยรวม และ ตรวจสอบการกัดกร่อน/สนิม
4. สภาพแวดล้อม
- ทำความสะอาดสม่ำเสมอ ปัดฝุ่นและเช็ดทำความสะอาด เพื่อป้องกันการสะสมของฝุ่นและความชื้นที่อาจทำให้ชั้นวางที่เป็นโลหะเป็นสนิมหรือวัสดุอื่น ๆ เสื่อมสภาพ
- หลีกเลี่ยงความชื้นหรือแสงแดด หลีกเลี่ยงการวางชั้นวางในพื้นที่ที่มีความชื้นสูงหรือโดนแสงแดดโดยตรงเป็นเวลานาน เพราะอาจทำให้วัสดุเปราะ สีซีดจาง หรือเกิดการกัดกร่อนได้